Get Adobe Flash player

ผู้บริหาร



นายชูชาติ รักจิตร
ผู้อำนวยการ
สำนักงานชลประทานที่ 5




นายชาญวิทย์ กัณหะยุวะ
ผู้เชี่ยวชาญสำนักงานชลประทานที่5

:: สำนักงานชลประทานที่ ๕ ::


หน้าที่ความรับผิดชอบ

สำนักชลประทานที่ ๕ มีหน่วยงานในสำนัก แบ่งออกเป็น ๔ ส่วน ๑ ฝ่าย ประกอบด้วย ส่วนจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา, ส่วนวิศวกรรมบริหาร ส่วนปฏิบัติการ, ส่วนเครื่องจักรกลและฝ่ายบริหารทั่วไป

ส่วนจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา มีหน้าที่ในการจัดสรรน้ำ ปรับปรุง และบำรุงรักษา รวมทั้งงานส่งเสริมกิจกรรมต่อเนื่อง กลุ่มผู้ใช้น้ำ งานเกษตรชลประทาน งานแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ คุณภาพน้ำ งานปรับปรุงบำรุงรักษาทางชลประทาน และงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

ส่วนวิศวกรรมบริหาร มีหน้าที่ในการศึกษาพิจารณาโครงการ สำรวจภูมิประเทศ ออกแบบก่อสร้าง งานธรณีและปฐพีวิทยา งานปลอดภัยเขื่อนและงานตรวจสอบวิเคราะห์วัสดุวิศวกรรมเพื่อการก่อสร้าง และงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

ส่วนปฏิบัติการ มีหน้าที่ในการพัฒนาแหล่งน้ำ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก โครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ งานป้องกันและบรรเทาจากน้ำ และงานพัฒนาแหล่งน้ำโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริงานอื่นๆตามที่ได้รับมอบหมาย

ส่วนเครื่องจักกล มีหน้าที่ในการสนับสนุน เครื่องจักร-เครื่องมือ ทั้งเครื่องจักรกลหนัก เบา งานไฟฟ้า-สื่อสาร ยานพาหนะ ต่างๆ และงานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

ฝ่ายบริหารทั่วไป มีหน้าที่ในการสนับสนุนสายงานหลัก ซึ่งประกอบด้วย งานการเงิน งานพัสดุ งานธุรการ งานการเจ้าหน้าที่และนิติการ และงานอื่น ๆตามที่ได้รับมอบหมาย

หน่วยงานในสังกัดสำนักชลประทานที่ ๕

สำนักชลประทานที่ ๕ มีหน่วยงานที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ พันธกิจ และยุทธศาสตร์ ของกรมชลประทาน กระจายตามจังหวัดและพื้นที่ต่าง ๆ รวม ๑๒ หน่วยงาน ดังนี้

๑. โครงการชลประทานเลย

ก่อตั้งขึ้น พ.ศ. ๒๔๙๘ ตั้งอยู่ที่ ถนนเลย-ด่านซ้าย อำเภอเมือง จังหวัดเลย ๔๒๐๐๐ มีพื้นที่รับผิดชอบ ๗,๑๔๐,๓๘๐ ไร่ อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำโขง เป็นหลัก และลุ่มน้ำป่าสักเล็กน้อย มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยปีละประมาณ ๓,๔๐๒ ล้าน ลบ.ม. มีฝนเฉลี่ย ๑,๒๑๕.๙ มม./ปี สามารถเก็บกักน้ำได้ ๙๕.๗๙ ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ ๒.๘๒ % ของปริมาณน้ำท่า มีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นพื้นที่ชลประทาน ทั้งจังหวัดประมาณ ๗๐๖,๑๒๓ ไร่ จากสถิติการพัฒนาแหล่งน้ำ ถึงปี พ.ศ. ๒๕๕๒ มี โครงการชลประทานขนาดกลาง ๑๒ แห่ง พื้นที่ชลประทาน ๓๗,๙๙๙ ไร่ โครงการชลประทานขนาดเล็ก ๒๑๑ แห่ง พื้นที่ชลประทาน ๓,๖๗๒ ไร่ โครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า

๓๖ แห่ง พื้นที่ชลประทาน ๕๘,๗๓๖ ไร่ รวมทั้งสิ้น ๒๕๙ แห่ง เก็บกักน้ำได้ ๙๕.๗๙ ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ชลประทาน ๑๐๐,๔๐๗ ไร่ มีพื้นที่รับประโยชน์ ๑๒๑,๕๖๗ ไร่

๒. โครงการชลประทานหนองบัวลำภู

ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘ ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งจังหวัดหนองบัวลำภูขึ้นตั้งอยู่ที่บริเวณทางเข้าหัวงานอ่างเก็บน้ำห้วยเหล่ายาง บ้านภูพานทอง ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู มีพื้นที่รับผิดชอบ ๓,๘๕๘,๙๐๖ ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ ๒,๓๘๘,๒๓๕.๘๔ ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดหนองบัวลำภูอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงและลุ่มน้ำชี เป็นหลัก มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยปีละประมาณ ๑,๖๕๗ ล้าน ลบ.ม. มีฝนเฉลี่ย ๑,๓๙๐.๘ มม./ปี สามารถเก็บกักน้ำได้ ๑๖.๙๑ ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ ๑.๐๒ % ของปริมาณน้ำท่า มีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นพื้นที่ชลประทาน ทั้งจังหวัดประมาณ ๒๐๔,๖๔๐ ไร่ จากสถิติการพัฒนาแหล่งน้ำ ถึงปี พ.ศ. ๒๕๕๒ มี โครงการชลประทานขนาดกลาง ๑ แห่ง พื้นที่ชลประทาน ๒,๐๐๐ ไร่ โครงการชลประทานขนาดเล็ก ๙๗ แห่ง พื้นที่ชลประทาน ๒,๐๐๐ ไร่ โครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ๒๙ แห่ง

พื้นที่ชลประทาน ๕๓,๐๒๐ ไร่ รวมทั้งสิ้น ๑๒๗ แห่ง เก็บกักน้ำได้ ๑๖.๙๑ ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ชลประทาน ๕๔,๖๔๑ ไร่ มีพื้นที่รับประโยชน์ ๕๓,๐๒๐ ไร่

๓. โครงการชลประทานอุดรธานี

ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๔ โครงการชลประทานอุดรธานี ตั้งอยู่ที่ เลขที่ ๒๑ ถนนวัฒนานุวงศ์ ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ๔๑๐๐๐ มีพื้นที่รับผิดชอบประมาณ ๗,๓๓๑,๔๓๙ ไร่ จังหวัดอุดรธานี อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงและลุ่มน้ำชี เป็นหลัก มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยปีละ ประมาณ ๓,๔๓๑ ล้าน ลบ.ม. มี ฝนเฉลี่ย ปีละประมาณ ๑,๒๕๔.๕๔ มม./ปี สามารถเก็บกักน้ำได้ ๓๐๔.๗๕ ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ ๘.๘๘ % มีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นพื้นที่ชลประทานทั้งจังหวัดประมาณ ๑,๑๙๓,๑๗๗ ไร่ จากสถิติการพัฒนาแหล่งน้ำ ถึงปี พ.ศ. ๒๕๕๒ มี โครงการชลประทานขนาดกลาง ๑๙ แห่ง พื้นที่ชลประทาน ๙๒,๐๔๐ ไร่ โครงการชลประทานขนาดเล็ก ๒๖๗ แห่ง พื้นที่ชลประทาน ๓,๘๐๐ ไร่ โครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ๒๗ แห่ง พื้นที่ชลประทาน ๔๓,๓๕๐ ไร่ รวมทั้งสิ้น ๓๑๔ แห่ง เก็บกักน้ำได้ ๑๙๑.๗๕ ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ชลประทาน ๑๓๙,๑๙๐ ไร่ มีพื้นที่รับประโยชน์ ๑๑๒,๙๐๕ ไร่

๔. โครงการชลประทานหนองคาย

ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๙ โครงการชลประทานหนองคาย ตั้งอยู่ที่ บ้านเหล่า ตำบลมีชัย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย มีพื้นที่รับผิดชอบประมาณ ๔.๕๐ ล้านไร่ จังหวัดหนองคาย อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำโขง มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยปีละ ประมาณ ๕,๓๒๒ ล้าน ลบ.ม. มีฝนเฉลี่ย ปีละประมาณ ๑,๔๕๐ มม./ปี สามารถเก็บกักน้ำได้ ๙๔.๔๑ ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ ๑.๗๗ % มีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นพื้นที่ชลประทานทั้งจังหวัดประมาณ ๗๙๓,๘๕๙ ไร่

จากสถิติการพัฒนาแหล่งน้ำ ถึงปี พ.ศ. ๒๕๕๒ มี โครงการชลประทานขนาดกลาง ๙ แห่ง พื้นที่ชลประทาน ๙๒,๙๙๐ ไร่ โครงการชลประทานขนาดเล็ก ๑๙๐ แห่ง พื้นที่ชลประทาน ๘๘,๘๖๐ ไร่ โครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ๑๑๒ แห่ง พื้นที่ชลประทาน ๑๕๙,๑๓๙ ไร่ รวมทั้งสิ้น ๓๑๒ แห่ง เก็บกักน้ำได้ ๙๔.๔๑ ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ชลประทาน ๓๑๖,๑๓๗ ไร่ มีพื้นที่รับประโยชน์ ๘๘,๘๖๐ ไร่


๕. โครงการชลประทานสกลนคร

ก่อตั้งขึ้น พ.ศ. ๒๔๙๒ โครงการชลประทานสกลนครตั้งอยู่ที่ ที่ทำการมาตั้งที่โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยเดียก บ้านนาคำ ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร มีพื้นที่รับผิดชอบประมาณ ๖,๐๐๓,๖๐๓ ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงเป็นหลัก มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยปีละประมาณ ๗,๑๐๐ ล้าน ลบ.ม. มีฝนเฉลี่ยประมาณ ๑,๖๔๕ มม.ต่อปี สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ ๘๙๖.๗๒ ล้าน ลบ.ม.หรือประมาณ ๑๒.๖๓ % ของปริมาณน้ำท่าเฉลี่ย มีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นพื้นที่ชลประทานทั้งจังหวัดประมาณ ๑,๓๕๙,๙๓๕ ไร่ จากสถิติการพัฒนาแหล่งน้ำ ถึงปีพ.ศ. ๒๕๕๒ มี โครงการชลประทานขนาดกลาง ๔๑ แห่ง พื้นที่ชลประทาน ๑๘๐,๗๘๕ ไร่ โครงการชลประทานขนาดเล็ก ๑๘๘ แห่ง พื้นที่ชลประทาน ๓,๖๐๐ ไร่ โครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ๔๑ แห่ง พื้นที่ชลประทาน ๓๖,๐๐๐ ไร่ รวมทั้งสิ้น ๒๗๐ แห่ง เก็บกักน้ำได้ ๓๗๖.๗ ล้าน ลบ.ม. (ไม่รวมปริมาณน้ำเก็บกักของเขื่อนน้ำอูนและเขื่อนน้ำพุง)พื้นที่ชลประทาน ๒๒๐,๓๘๕ ไร่ (ไม่รวมพื้นที่ชลประทานของเขื่อนน้ำอูน) มีพื้นที่รับประโยชน์ ๑๑๖๔,๒๗๒ ไร่

6. โครงการชลประทานบึงกาฬ

ด้วยพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ.๒๕๕๔ ได้แยกพื้นที่อำเภอบึงกาฬ อำเภอเซกา อำเภอโซ่พิสัยอำเภอบุ่งคล้า อำเภอบึงโขงหลง อำเภอปากคาด อำเภอพรเจริญ และอำเภอศรีวิไล ของจังหวัดหนองคาย รวมตั้งขึ้นเป็นจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๔ เป็นต้นไป ดังนั้น เพื่อ ให้ภารกิจด้านการพัฒนาแหล่งน้ำและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดดัง กล่าวให้สามรถตอบสนองความต้องการทุกภาคส่วนได้มีประสิทธิภาพ จึงเห็นควรกำหนดให้มีโครงการชลประทานบึงกาฬ

7. โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยหลวง

ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๓ มีที่ตั้งอยู่เลขที่ ๕๐๐ บ้านโคกสะอาด ต.โคกสะอาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ๔๑๐๐๐ เขื่อนห้วยหลวง มีความจุ ๑๓๕.๕๖๗ ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่รับน้ำฝน ๖๖๖.๔๐ ตร.กม. เป็นเขื่อนดินแกนดินเหนียวความยาว ๔,๙๐๐ เมตร หลังทำนบดินกว้าง ๖ เมตร สูง ๑๓.๕๐ เมตร อาคารระบายน้ำล้นอัตราระบายน้ำ สูงสุด ๗๑๐ ลบ.ม./วินาที ชนิดประตูบานโค้ง ๓ ช่อง ขนาด ๕.๘ เมตร ยาว ๖ เมตร มีฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษา ๓ ฝ่าย ระบบคลองส่งน้ำประกอบด้วย คลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวาหนึ่งสาย ยาว ๓๒.๒๐ กม. และคลองซอย/แยกซอย ๑๖ สายความยาวรวม ๕๙.๓๐ กม. คลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้ายหนึ่งสาย ยาว ๔๘.๙๐ กม. คลองซอย/แยกซอย ๒๑ สาย ยาวรวม ๗๖.๘๐ กม. และคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวาเดิมยาว ๑.๔๐ กม. รวมเป็นความยาวคลองทั้งสิ้นประมาณ ๒๑๙.๐๐ ก.ม.พื้นที่ชลประทาน ๘๖,๙๘๗ ไร่

8. โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำอูน

เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๗ มีที่ตั้งโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำอูน ที่หัวงานเขื่อนน้ำอูน อำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร ลักษณะโครงการเป็นเขื่อนดิน แบบ Zone Type พื้นที่รับน้ำ ๑,๑๐๐.๐๐ ตร.กม. พื้นที่อ่างเก็บน้ำ ๘๕.๐๐ ตร.กม. ความจุอ่างเก็บน้ำ ๕๒๐.๐๐ ล้านลบ.ม. ความสูงของตัวเขื่อน ๒๙.๕๐ ม. สันเขื่อนยาว ๓,๓๐๐.๐๐ ม. สันเขื่อนกว้าง ๘.๐๐ ม. มีพื้นที่โครงการ (Project Area) ๒๐๓,๐๐๐ ไร่ พื้นที่ชลประทาน (Irrigation Area)* ๑๘๕,๘๐๐ ไร่

ระบบส่งน้ำ - พื้นที่ชลประทานฝั่งซ้าย ๖๓,๓๐๐ ไร่ - พื้นที่ชลประทานฝั่งขวา ๑๒๒,๕๐๐ ไร่ พื้นที่ชลประทานนิคมน้ำอูน ๑๕,๐๐๐ ไร่- ความยาวของคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย ๒๘.๐๔๐ กม. - ความยาวของคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวา ๔๕.๗๐๐ กม.ความยาวของคลองส่งน้ำนิคมน้ำอูน ๖.๒๙๐ กม.

9. โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยโมง

ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๖ (ได้รับการถ่ายโอน มาจาก กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) มีที่ตั้งอยู่บริเวณหัวงานอาคารประตูระบายน้ำห้วยโมง ปากลำห้วยโมง ตำบลน้ำโมง อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย

ลักษณะโครงการเป็นเป็นประตูระบายน้ำปิดกั้นบริเวณปากลำห้วยโมงก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำโขง เพื่อเก็บกักน้ำในลำห้วยโมงแล้วสูบน้ำจากลำห้วยโมงด้วยไฟฟ้าส่งไปตามคลองส่งน้ำ รวม ๑๐ สถานีสูบน้ำ

มีพื้นที่ชลประทานประมาณ ๖๑,๘๐๐ ไร่ ในช่วงฤดูแล้งหากน้ำในลำห้วยโมงลดลง จะทำการสูบจากแม่น้ำโขงเข้ามาเติม

๑๐. โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาฝายกุมภวาปี

ฝายกุมภวาปี อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ได้รับการถ่ายโอนภารกิจจากกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภายใต้การกำกับดูแลของโครงการชลประทานอุดรธานี ต่อมากรมชลประทาน ได้ปรับโครงสร้างเป็นหน่วยงานภายในขึ้น เรียกว่า โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาฝายกุมภาปี ก่อตั้งขึ้น เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๓ มีที่ตั้งอยู่ที่ฝายกุมภวาปี อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี

ลักษณะโครงการมีพื้นที่ชลประทาน ๕๗,๗๕๐ ไร่ ความจุเก็บกัก ๑๐๒ ล้าน ลบ.ม. มีสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ๑๔ สถานี คลองส่งน้ำ ๖๑ สาย ความยาวรวมประมาณ ๘๑ กม.

๑๑. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน

อันเนื่องมาจากพระราชดำรินี้ ตั้งอยู่ที่บ้านนานกเค้า ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ห่างอำเภอเมืองไปทางทิศตะวันตกประมาณ ๑๐ กิโลเมตร มีพื้นที่ดำเนินการทั้งหมด ๑๓,๓๐๐ ไร่ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาทดลอง งานพัฒนาแบบเบ็ดเสร็จ อันได้แก่ การพัฒนาป่าไม้ การเกษตรต่างๆ ตามความเหมาะสม รวมทั้งการดำเนินงานด้านเกษตรอุตสาหกรรม สำหรับเป็นตัวอย่าง ให้ราษฎรนำไปปฏิบัติในพื้นที่ของตนเองได้ อันจะนำไปสู่ความสามารถในการพึ่งตนเองได้ต่อไป และได้พระราชทานพระราชดำริ ให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำตาดไฮใหญ่ ที่พิกัด ๔๘ QUD ๙๖๑-๙๐๙

แผนที่มาตราส่วน ๑ ต่อ ๕๐,๐๐๐ ระหว่าง ๕๘๔๓ III  เพื่อจัดหาน้ำสนับสนุนศูนย์ฯ พื้นที่โครงการประมาณ ,๘๐๐ ไร่ ให้สามารถ ส่งน้ำใช้ทำการศึกษาและทดลองได้ตลอดทั้งปีในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๖ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จทอดพระเนตรตรวจสภาพพื้นที่บริเวณ  บ้านนานกเค้า และเสด็จพระราชดำเนินเข้าไปถึงพื้นที่บริเวณที่ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ

ตาดไฮใหญ่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานพระราชดำริ ให้พิจารณานำน้ำจากอ่างเก็บน้ำตาดไฮใหญ่มาสนับสนุนพื้นที่ เกษตรกรบริเวณบ้านนานกเค้า และทรงคัดเลือกพื้นที่จัดตั้งศูนย์ บริเวณบ้านนานกเค้า ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ด้วยพระองค์เอง เพื่อเป็นพื้นที่ ตัวแทนของภูมิภาคทั้งหมด ด้วยพื้นที่นี้มีลักษณะสภาพธรรมชาติแวดล้อม และวงจรชีวภาพที่คล้ายคลึงกับภูมิภาคโดยทั่วไป ของภาคอีสาน

ดังนั้น ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อเป็นแบบจำลองของภาค ตะวันออกเฉียงเหนือและเป็นพื้นที่ส่วนย่อ ที่สอดคล้องกับการแก้ปัญหา และศึกษาวิธีการพัฒนาของภูมิภาคนี้ได้อย่างเหมาะสม

Leave a Reply

จุลสาร สชป.๕



ฉบับที่ ๑๙
มกราคม ๒๕๖๐


ฉบับที่ ๑๘
ธันวาคม ๒๕๕๙


[ปฏิทินกิจกรรม]

ข้อมูลองค์กร